ก่อตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ 15 กันยายน 2503 โดยนายเชื้อ สุขาพันธุ์ ศึกษาธิการจังหวัดภูเก็ตในสมัยนั้น ตามความประสงค์ของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องการให้ทุกหน่วยงานทางการศึกษาจัดให้มีสวัสดิการขึ้นในหน่วยงาน และสอดคล้องตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2471 ใช้ชื่อว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ครูภูเก็ต จำกัดสินใช้ เป็นสหกรณ์ประเภทออมทรัพย์และเครดิตสำหรับคนมีเงินเดือน มีสมาชิกทั้งหมด 136 คน มี นายเชื้อ สุขาพันธุ์ เป็นประธานกรรมการดำเนินการคนแรก และนายจุลทรรศน์ ก้อนแก้ว เป็นผู้จัดการคนแรก ใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด อาคารศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เป็นสถานที่ในการดำเนินงาน สหกรณ์ฯได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2504
ในปี พ.ศ.2511 ได้มีการตราพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2511 ขึ้นแทนพระราชบัญญัติสหกรณ์ฉบับเดิม ในพระราชบัญญัติสหกรณ์ฉบับใหม่นี้ ได้แบ่งประเภทของสหกรณ์เป็น 6 ประเภท คือ สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ประมง สหกรณ์นิคม สหกรณ์ร้านค้า สหกรณ์บริการ และสหกรณ์ออมทรัพย์ ดังนั้นในวันที่ 24 เมษายน 2512 สหกรณ์จึงจดทะเบียนใหม่ และเปลี่ยนชื่อเป็น สหกรณ์ออมทรัพย์ครูภูเก็ต จำกัด และใช้ชื่อนี้จนถึงปัจจุบัน
ปี พ.ศ.2523 สหกรณ์ได้จัดซื้ออาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ที่ถนนเยาวราช ฝั่งตรงกันข้ามกับที่ว่าการอำเภอเมืองภูเก็ต 1 คูหา จึงได้ย้ายที่ทำการไปยังสถานที่ใหม่ และเมื่อกิจการขยายตัวมากขึ้น จึงได้จัดซื้อที่ดินที่ตำบลรัษฎา จำนวน 3 ไร่ ราคา 9 ล้านบาท และ<br />
ก่อสร้างอาคารสำนักงานขึ้นใหม่ โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 11 ล้านบาท และได้ย้ายที่ทำการไปยังสำนักงานแห่งใหม่ เลขที่ 6/4 หมู่ที่ 3 ถนนรัษฎานุสรณ์ ตำบลรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2548

อาคารสำนักงานเก่า
อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ที่ถนนเยาวราช ฝั่งตรงกันข้ามกับที่ว่าการอำเภอเมืองภูเก็ต 1 คูหา
อาคารสำนักงานใหม่
สำนักงานแห่งใหม่ เลขที่ 6/4 หมู่ที่ 3 ถนนรัษฎานุสรณ์ ตำบลรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
หัวใจของการปฏิบัติของเรา
กว่า 65 ปีที่ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูภูเก็ต จำกัด ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ฝากเงินหรือขอสินเชื่อ หากแต่เป็นเครือข่ายแห่งความมั่นคง ความไว้วางใจ และการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม ภายใต้การบริหารที่มีวิสัยทัศน์และยึดหลักความยุติธรรม สหกรณ์ออมทรัพย์ครูภูเก็ต จำกัด จึงยังคงเป็นเสาหลักทางการเงินที่แข็งแรง พร้อมจะเติบโตไปพร้อมกับสมาชิกทุกคน อย่างมั่นคง ยั่งยืน และเปี่ยมไปด้วยความหวัง
การบริหารจัดการของสหกรณ์ในปัจจุบันไม่เพียงแค่มองเป้าหมายระยะสั้น แต่ยังวางแผนเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว ทั้งในด้านการลงทุน การกระจายรายได้ และการพัฒนาบุคลากร เพื่อสร้างองค์กรที่แข็งแกร่งและสามารถปรับตัวได้ทันท่วงทีต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่สมาชิกมั่นใจว่า การเป็นส่วนหนึ่งของสหกรณ์ คือการลงทุนในชีวิตที่คุ้มค่าและปลอดภัย
สิ่งที่ทำให้สหกรณ์ออมทรัพย์แตกต่างจากสถาบันการเงินทั่วไป คือ “จิตวิญญาณของความร่วมมือ” สมาชิกทุกคนล้วนมีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กร ไม่ว่าจะผ่านการประชุมใหญ่ การเลือกตั้งคณะกรรมการ หรือการเสนอแนวคิดใหม่ ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกทั้งระบบ และนี่คือพลังที่ขับเคลื่อนให้สหกรณ์ออมทรัพย์เติบโตอย่างยั่งยืน





